Edeweiss

ดอกEdeweiss 

1313297964 Tsagaan turuu, tsagaan uul 1313299072

           

 

 

 

 

ดอกEdeweiss เป็นดอกไม้ราชินีแห่งเทือกเขาแอลป์ ขึ้นอยู่บนที่สูง ตั้งแต่ 1800 เมตร จากระดับน้ำทะเลบานเพียงปีละ 3 เดือน…คนโบราณ..ใช้แสดงเป็นตัวแทนความรัก..โดยชายหนุ่มคนใดที่มอบดอกEdeweiss ให้หญิงสาวแสดงถึงความรักแท้..เป็นดอกไม้ที่สูงส่ง

1313298674

         เขาว่ากันว่า ดอกหรือต้นเอเดลไวส์นี้มีความสวยงามที่สุดและเป็นที่แสวงหามากที่สุดในโลกทีเดียว และปัจจุบันเจอมากในเขตหนาว แต่ดั้งเดิมนั้นมาจากทุ่งหญ้าของรัสเซีย (ซึ่งก็คือส่วนหนึ่งของทวีปเอเชียนั่นเอง แล้วก็อากาศน่าจะหนาวด้วย) ค่ะ โดยมีรูปลักษณ์แตกต่างกันไปกว่ามากกว่าสามสิบแบบ เอเดลไวส์เป็นต้นไม้เล็กที่ทนทานกับสภาพอากาศที่โหดร้าย เนื่องจากมีรากที่เหนียว และใบที่นุ่มเหมือนกำมะหยี่เป็นสิ่งป้องกันความแห้งแล้ง ลมกรรโชก และแสงแดดอันจัดจ้าได้อย่างไม่กลัวเกรง ดอกเอเดลไวส์แห่งเทือกเขาอัลไพน์ มาจากภาษาเยอรมันที่แปลว่า สูงศักด์ (edel) และ ขาว (weiss) โดยมักจะเกิดและเติบโตในพื้นที่สูงประมาณ 1700 ถึง 2700 เมตรจากระดับน้ำทะเล เอเดลไวส์ชอบดินร่วนเบาเป็นหินปูน ซึ่งไม่มีน้ำขังและหน้าดินหันไปทางทิศใต้ โดยจะเติบโตเป็นเหมือนพื้นพรมความสูงประมาณ 8 ถึง 20 ซม

เอเดลไวส์เป็นไม้ยืนต้นอายุสั้น ซึ่งมักจะตายหลังจากมีการเก็บหรือตัดดอกติดต่อกันหลายๆฤดูกาลก็จะหยุดเติบโตและตายไปในที่สุดจากที่ที่เคยอยู่ เพราะไม่สามารถขยายพันธุ์โดยใช้เมล็ดได้

ดอกเอเดลไวส์ มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “ดอกไม้เมฆ (Cloud Flowers)” อาจเพราะความงามเหมือนฝันและความสูงในแถบที่เกิดก็ได้ ดอกที่เห็นในกรอบนี้ เขาเก็บและคัดเลือกมาอย่างดีก่อนเอามาใส่กรอบขายนักท่องเที่ยวค่ะ สนนราคาเท่าไรก็ไม่ทราบเหมือนกัน แต่เป็นที่นิยมและมีคนต้องการซื้ออยู่เสมอ

   ความที่เป็นเหมือนอัญมณีแห่งเทือกเขาแอลป์และเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เกิดเรื่องเล่าปรัมปรามาสอดรับมากมาย รวมทั้งบทกลอน บทเพลงและนิทาน เพลงที่ดังที่สุดซึ่งพวกเราปัจจุบันน่าจะยังรู้จักกันดี เป็นเพลงที่ชื่อเดียวกับดอกไม้ซึ่งร้องโดยจูลี่ แอนดรูว์ในหนังเรื่อง “The Sound of Music” เป็นหนังเพลงที่ได้รับรางวัลตุ๊กตาทองถึงห้าตัวในปี ค.ศ. 1965 หลังแม่บ้านเกิดหลายปีเหมือนกันค่ะ

มีความเข้าใจผิดๆเกี่ยวกับดอกไม้นี้เหมือนกัน กล่าวคือ ต้นเอเดลไวส์ไม่ได้ออกดอกเป็นสีขาวเหมือนเกล็ดหิมะ เหมือนกับที่บทเพลงร้อง สิ่งที่พวกเราเห็นเป็นกลีบสีขาวเหมือนหิมะเกาะมีขนเล็กละเอียดเหมือนกำมะหยี่นั้น หาใช่กลีบดอกไม้ไม่ แต่เป็นใบที่ปรับตัวเกิดเป็นขนกำมะหยี่ปกคลุมใบสีเขียวค่ะ ดอกที่แท้จริงก็คือดอกสีเหลืองเนื้อเหมือนฝุ่นผงอันละเอียดที่อยู่ตรงกลางนั่นแหละค่ะ คิดว่าพวกเราคงเห็นจากรูปชัดเจนดี

                  ตำนานก็คือ   

                   กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว เมื่อครั้งที่เทือกเขาแอลป์ยังสูงกว่าตอนนี้มากมายนัก ครั้งนั้นบนยอดเขายอดหนึ่งซึ่งปกคลุมไปด้วยหิมะ มีผาซึ่งเป็นที่พำนักของราชินีน้ำแข็ง เล่ากันว่าราชินีนั้นขาวดุจหิมะและงดงามเกินมนุษย์ เธอมีโนม (gnome) เป็นข้ารับใช้และอาศัยอยู่ด้วยกันบนผานั้น

(โนมมีรูปร่างเหมือนคนแคระค่ะ ตัวเล็กๆ มีหลายแบบแบ่งย่อยลงไปอีก ที่รู้จักกันดีก็มีแบบที่อยู่ใต้ดิน ทางตะวันออกเองอย่างเทพเทนงู ก็จัดว่าเป็นโนมมีปีกประเภทหนึ่งได้ด้วย)

ราชินีจะชอบขับขานบทเพลง ซึ่งเสียงของเธอมีผลทำให้พวกคนเลี้ยงแกะลุ่มหลงจนลืมตัวลืมหน้าที่และพยายามมุ่งหน้าไปหาเธอยังที่พำนัก

แม้ว่าราชินีจะงดงามสักเพียงใด เธอก็มีข้อบกพร่องอยู่อย่างหนึ่ง นั่นคือหัวใจของเธอ ที่เย็นเฉียบราวกับสร้างมาจากก้อนน้ำแข็ง

ราชินีชอบที่จะเล่นกับบรรดาคนเลี้ยงแกะเคราะห์ร้ายที่เฝ้าแต่จะตามหาเธอผู้เป็นต้นเสียงเหล่านั้น เมื่อเล่นได้สักพักจนรู้สึกเบื่อหน่ายแล้ว พวกโนมก็จะช่วยกันโยนคนเหล่านั้นลงหน้าผา ปล่อยให้ตกลงไปตาย

ราชินีแสนสวยใช้ชีวิตโดดเดี่ยวเช่นนั้นเป็นเวลานานแสนนาน ไม่มีสหายใดนอกจากบรรดาข้าทาสตัวเล็กๆ ของเธอ

จนกระทั่งวันหนึ่ง คนหนึ่งในบรรดาคนเลี้ยงแกะที่ตามเสียงของเธอมานั้น ได้เข้ามาจนถึงที่พำนัก เขาไม่ต่างอะไรจากคนอื่นๆ…ชายหนุ่มคนนี้ไม่มีสิ่งใดพิเศษ ไม่มีสิ่งใดสะดุดตา ทว่าราชินีน้ำแข็งกลับค่อยๆ หลงรักเขามากขึ้นทุกที

เธอขับขานบทเพลงและมีเขานั่งอยู่เคียงข้างบัลลังก์ของเธอนับชั่วโมงหรือจนกระทั่งหมดวัน ความรักได้ก่อเกิดขึ้น

ทว่าพวกโนมเริ่มหึงหวง พวกมันกลัวว่าวันหนึ่งราชินีจะตกลงใจวิวาห์กับมนุษย์ธรรมดาผู้นั้น ดังนั้นพวกมันจึงร่วมกันวางอุบายและโยนชายหนุ่มลงสู่หุบเขาเบื้องล่าง ที่ซึ่งหัวใจของเขาต้องแหลกเหลวไป

เมื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น ดวงตาของราชินีน้ำแข็งบังเกิดความอบอุ่น ซึ่งจะเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้าย หัวใจของเธอหลอมละลายลงเล็กน้อย และแล้วน้ำตาหยดหนึ่งก็ร่วงรินผ่านพวงแก้มงามซึ่งเป็นนิรันดร์และแสนเศร้า

น้ำตาหยดนี้เองที่กลายเป็นดอกเอเดลไวส์ ดอกไม้ที่งดงามที่สุดแห่งเทือกเขาแอลป์

———————————————————–

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: